โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคเอ็มเอส เป็นโรคเรื้อรังของระบบประสาทส่วนกลางที่อาจทำให้การมองเห็น การรับความรู้สึก การเคลื่อนไหว และการทรงตัวเปลี่ยนแปลงไป อาการแตกต่างกันมากในแต่ละคนและอาจเกิดเป็นช่วง ๆ หรือค่อย ๆ แย่ลง การรู้จักสัญญาณเตือนช่วยให้ปรึกษาแพทย์และตรวจหาสาเหตุได้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม อาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันว่าเป็นโรคเอ็มเอสได้ เพราะหลายภาวะทำให้เกิดอาการคล้ายกัน
โรคเอ็มเอสคืออะไร และอาการเกิดขึ้นได้อย่างไร
โรคเอ็มเอสเกิดเมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำลายหรือรบกวนปลอกไมอีลิน ซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยหุ้มและนำสัญญาณไฟฟ้าตามใยประสาทในสมองและไขสันหลัง เมื่อการส่งสัญญาณผิดปกติ จึงอาจเกิดอาการทางระบบประสาทได้หลายแบบ ทั้งนี้ยังไม่มีอาการหรือการตรวจเพียงอย่างเดียวที่ใช้วินิจฉัยโรคได้ แพทย์จะพิจารณาประวัติ การตรวจระบบประสาท ภาพถ่ายสมองหรือไขสันหลัง และผลตรวจอื่นประกอบกัน
องค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2020 มีผู้ป่วยโรคเอ็มเอสทั่วโลกประมาณ 2.8 ล้านคน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าโรคมีความสำคัญในระดับสาธารณสุข แต่ไม่ได้หมายความว่าอาการชา ตาพร่ามัว หรือเหนื่อยล้าทั่วไปจะเป็นโรคเอ็มเอสเสมอไป
อาการของโรคเอ็มเอสมีอะไรบ้าง
อาการขึ้นกับตำแหน่งและขอบเขตของระบบประสาทที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงช่วงเวลาที่เกิดโรค อาการอาจคงอยู่หลายวันหรือเป็นสัปดาห์ แล้วดีขึ้นบางส่วนหรือทั้งหมด หรืออาจค่อย ๆ สะสมต่อเนื่อง การแบ่งกลุ่มอาการต่อไปนี้ช่วยให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ใช่รายการสำหรับวินิจฉัยตนเอง
ปัญหาการมองเห็น
อาการอาจรวมถึงตามัวหรือมองเห็นลดลงข้างเดียว สีดูไม่สด ปวดตาโดยเฉพาะเมื่อกลอกตา หรือเห็นภาพซ้อน หากเส้นประสาทที่เกี่ยวกับการมองเห็นอักเสบ อาการมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งและควรได้รับการประเมิน อย่างไรก็ตาม การสูญเสียการมองเห็นฉับพลันอาจมีสาเหตุอื่นที่เร่งด่วน จึงไม่ควรรอดูอาการเอง
อาการชา เสียวซ่า และความรู้สึกผิดปกติ
บางคนรู้สึกชา เหมือนเข็มทิ่ม แสบร้อน หรือรับรู้การสัมผัสได้น้อยลง อาการอาจเกิดที่ใบหน้า แขน ขา หรือลำตัว และอาจอยู่เฉพาะบริเวณหรือกระจายเป็นแนว อาการเหล่านี้พบได้จากหลายสาเหตุ เช่น เส้นประสาทถูกกด เบาหวาน หรือการขาดสารอาหาร จึงต้องพิจารณาร่วมกับอาการอื่นและผลตรวจ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็ง และการเคลื่อนไหวลำบาก
ความเสียหายของทางเดินประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวอาจทำให้แขนหรือขาอ่อนแรง เกร็ง ตึง หรือเคลื่อนไหวไม่คล่อง บางคนเดินลำบาก ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือเหนื่อยง่ายเมื่อต้องออกแรง ควรสังเกตว่าอาการเกิดข้างเดียวหรือสองข้าง เป็นต่อเนื่องเพียงใด และกระทบกิจวัตรประจำวันหรือไม่
การทรงตัวและการประสานงานผิดปกติ
อาจมีอาการเซ เดินไม่มั่นคง มือสั่น หรือทำงานที่ต้องใช้ความแม่นยำได้ยาก อาการเวียนศีรษะก็เกิดได้ แต่มีสาเหตุอื่นอีกมาก เช่น ความผิดปกติของหูชั้นในหรือความดันโลหิต หากเกิดร่วมกับแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือเดินไม่ได้ ควรรับการประเมินเร่งด่วน
ความเหนื่อยล้าและความคิดความจำ
ความเหนื่อยล้าจากโรคเอ็มเอสอาจรู้สึกหนักมากเมื่อเทียบกับกิจกรรมที่ทำ และส่งผลต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิต บางรายมีปัญหาสมาธิ ความจำ หรือประมวลผลข้อมูลช้าลง แต่ความเหนื่อยล้าและปัญหาความคิดความจำไม่จำเพาะต่อโรคนี้ การนอนหลับไม่พอ ภาวะซึมเศร้า โลหิตจาง และโรคอื่นก็เป็นสาเหตุได้
อาการทางกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ และการทำงานทางเพศ
อาจปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะเร่งด่วน กลั้นปัสสาวะลำบาก หรือถ่ายปัสสาวะไม่สุด บางคนมีท้องผูกหรือควบคุมการขับถ่ายได้ยาก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการทำงานทางเพศ อาการเหล่านี้ควรแจ้งแพทย์ เพราะมีแนวทางประเมินและดูแลได้ และอาจเกิดจากโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ลำไส้ หรือปัจจัยอื่นเช่นกัน
ปวด กล้ามเนื้อกระตุก และอาการอื่น
บางรายมีอาการปวดจากเส้นประสาท ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อกระตุก หรือรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตลงตามลำตัวเมื่อก้มคอ อาการที่พบได้น้อยกว่าอาจเกี่ยวกับการพูด การกลืน หรืออารมณ์ ความรุนแรงและรูปแบบแตกต่างกัน จึงควรบันทึกอาการและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์แทนการสรุปสาเหตุเอง
รูปแบบการเกิดอาการและสัญญาณที่ควรสังเกต
โรคเอ็มเอสอาจมีรูปแบบการดำเนินโรคต่างกัน เช่น มีช่วงอาการกำเริบแล้วทุเลา หรือมีความพิการเพิ่มขึ้นทีละน้อย การกำเริบของโรคโดยทั่วไปหมายถึงอาการทางระบบประสาทใหม่หรืออาการเดิมแย่ลงต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยไม่ได้อธิบายจากไข้หรือการติดเชื้อ และมักแยกจากครั้งก่อนด้วยช่วงที่อาการคงที่ ทั้งนี้นิยามและการประเมินต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา
ความร้อนจากอากาศหรือไข้บางครั้งทำให้อาการเดิมชัดขึ้นชั่วคราวโดยไม่ได้หมายถึงเกิดความเสียหายใหม่เสมอไป หากมีไข้หรือสงสัยติดเชื้อ ควรแจ้งแพทย์ เพราะการติดเชื้ออาจทำให้อาการทางระบบประสาทแย่ลงได้
เมื่อใดควรปรึกษาแพทย์ และเมื่อใดควรไปฉุกเฉิน
ควรนัดพบแพทย์เมื่อมีอาการทางระบบประสาทที่เกิดใหม่ เป็นต่อเนื่อง หรือกลับมาเกิดซ้ำ โดยเฉพาะอาการมองเห็นเปลี่ยนไป ชาหรืออ่อนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ การทรงตัวผิดปกติ หรือปัญหาการขับถ่ายที่เกิดร่วมกับอาการอื่น แพทย์ทั่วไปอาจประเมินเบื้องต้นและส่งต่อแพทย์ระบบประสาทเมื่อจำเป็น
ให้โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาลทันที หากอาการเกิดฉับพลัน เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ชัด สับสน ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ สูญเสียการมองเห็นทันที หรือเดินไม่ได้ เพราะอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะฉุกเฉินอื่น ไม่ควรคิดว่าเป็นโรคเอ็มเอสโดยไม่ตรวจ
แพทย์ประเมินโรคเอ็มเอสอย่างไร
การวินิจฉัยอาศัยหลักฐานว่ามีความผิดปกติในระบบประสาทส่วนกลางมากกว่าหนึ่งตำแหน่งและเกิดต่างช่วงเวลากัน พร้อมทั้งสาเหตุอื่นที่อธิบายอาการได้ แพทย์อาจตรวจร่างกายและระบบประสาท ใช้ภาพถ่ายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของสมองหรือไขสันหลัง และพิจารณาตรวจน้ำไขสันหลังหรือการนำสัญญาณประสาทตามความเหมาะสม ไม่มีผลตรวจชนิดใดชนิดหนึ่งที่ยืนยันโรคได้ในทุกกรณี
ก่อนพบแพทย์ ควรจดวันเริ่มอาการ ระยะเวลาที่เป็น ตำแหน่งที่เกิด สิ่งที่ทำให้อาการดีขึ้นหรือแย่ลง ยาที่ใช้ และผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินได้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ควรหยุดยาหรือเริ่มการรักษาเอง
สรุปอาการของโรคเอ็มเอสและแนวทางปฏิบัติ
อาการของโรคเอ็มเอสอาจเกี่ยวกับการมองเห็น ความรู้สึก กล้ามเนื้อ การทรงตัว ความเหนื่อยล้า ความคิดความจำ และการขับถ่าย แต่ไม่มีอาการใดเพียงอย่างเดียวที่ยืนยันโรคได้ หากมีอาการใหม่หรือเป็นต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนตรวจอย่างเหมาะสม ส่วนอาการฉับพลันที่เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินต้องรับการรักษาทันที การบันทึกอาการและการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญเป็นขั้นตอนที่ปลอดภัยกว่าการวินิจฉัยตนเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: องค์การอนามัยโลก, เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง; สถาบันโรคทางระบบประสาทและโรคหลอดเลือดสมองแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา, ข้อมูลเรื่องโรคเอ็มเอส; สหพันธ์โรคเอ็มเอสนานาชาติ, แผนที่และรายงานภาระโรคเอ็มเอสทั่วโลก ปี 2020
